Honeymoon at Korea day2

Day 2 โซรัคซาน

ศึกษาข้อมูลการเดินทางจากลิ้งค์รีวิวข้างล่างประกอบ แล้วมาดูการเดินทางของเรากัน

http://korea-guides.blogspot.com/2012/04/blog-post_2604.html

http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2012/04/E11932558/E11932558.html
การเดินทาง: นั่งรถไฟสายสีเขียวลงที่สถานี Gangbyeon exit 4 ออกจากทางออกแล้วให้เดินข้ามถนนไปยัง
ฝั่งตรงข้ามจะเป็นท่ารถ Dongseoul Bus Terminal เข้ามาแล้วให้ขึ้นไปชั้น 2  จะเป็นรถแบบ Express ใช้เวลาเดินทาง 2 ชม. 20 นาที ซึ่งน้อยกว่า ถ้าซื้อตั๋วข้างล่างเดินทางประมาณ 3-4 ชม.

ให้ซื้อตั๋วไปซกโซ (Sokcho) ราคา 17,200 วอน ตั๋วจะเป็นสี ส้มเขียวแบบนี้

20130505_IMG_3040

ท่ารถจะขึ้นจากชั้น 2 นี่เลย มีทางเดินเชื่อมไปอีกฝั่งนึง ก็จะเจอรถแบบนี้

20130505_IMG_304220130505_IMG_3052 20130505_IMG_3047

ที่นั่งสบายมากยังกะนั่งบิสเนสคลาส เดินทางไปชม.กว่าๆ เค้าก็จะแวะให้เข้าห้องน้ำและซื้อของกินได้นิดหน่อย

เนื่องจากเป็นทริปเน้นกินอร่อยนอนอิ่ม ก็เลยตื่นซะสายเลย กินข้าวเช้าที่โรงแรม ขึ้นไปแต่งหน้าแต่งตัวแล้วค่อยออก กว่าจะมาถึงท่ารถก็ 11 โมงได้ ก็เลยได้รอบรถไปซกโซ 11.50 กว่าจะไปถึงซกโซก็บ่าย 3 กว่า (โปรดอย่าเอาเยี่ยงอย่าง)

นี่คือสถานีรถที่ซกโซ เค้าว่าอันนี้คือที่เล็ก จริงๆ มีอันใหญ่กว่านี้ ถ้าขากลับไปขึ้นรถทางโน้นจะมีรอบรถเยอะกว่า

20130505_IMG_3054

รีวิวอันแรกบอกให้เราซื้อขากลับเลย แต่พอไปถึงเค้าก็บอกว่าซื้อกลับที่ Dongseoul (ที่ที่ขึ้นขามา) ไม่ได้ เราก็งงๆ ว่าทำไมไม่ได้วะ ซื้อได้แต่ไปลงกังนัม ตอนขากลับมาถามอีกถึงเข้าใจว่าขากลับดงโซเต็มไปหมดแล้ว เพราะมีรอบน้อย ก็เลยต้องกลับไปกังนัม ขากลับเลยใช้เวลานานกว่า เค้าบอกว่า 3 ชม. แต่เอาเข้าจริงก็นานกว่านั้นหน่อยเพราะรถติดมากกกก

 

ตารางรถขากลับ ตารางบนไปกังนัม ตารางล่างซ้ายไปดงโซล

20130505_IMG_3053

 

 

 

นอกจากไปถึงสายแล้วก็ยังไม่รู้จักรีบกัน ชิลอีก หาข้าวกินแถวนั้น ก็เลยได้กินไก่ทอด

20130505_12595120130505_13052720130505_130521

ไก่ทอดที่เกาหลีอร่อยดีนะ มีหลายยี่ห้อมาก แต่ก็ไม่ต่างกันเท่าไร แล้วแต่ซอส ที่เคยกินจะเป็นไก่ทอดแล้วมีดิปปิ้งให้เลือกมาจิ้มเอง แต่ร้านนี้เป็นแบบหมักรสไปเลย สั่งรถกระเทียมมา อร่อยดี

ระหว่างที่กินอยู่ คุณลุงคนขายก็ขี่มอไซค์ออกไปส่งของเฉยเลย ปล่อยเหลือเราสองคนไว้ในร้านกันเอง ตังค์ก็ยังไม่ได้จ่าย ราคาเท่าไรก็ไม่รู้ ยังดีที่เค้ากลับมาหลังเรากินเสร็จแป๊ปนึงพอดี ไม่งั้นไม่รู้จะทำไง เก๊าอยากไปซอรัคซานแล้ว

ออกจากร้านไก่ทอดก็ข้ามฝั่งไปฝั่งตรงข้ามเพื่อรอรสบัส

ต้องขึ้นสาย 7 หรือ 7-1 ก็ได้ ราคาคนละ 1,100 วอน เตรียมไปให้พอดี เค้าไม่ทอนนะจ๊ะ

20130505_IMG_3055

นั่งรถประมาณไม่เกิน 30 นาทีก็ถึง ไม่ต้องกลัวหลงเพราะลงสุดสาย

ไปถึงก็จ่ายค่าเข้า คนละ 3,500 วอน

20130505_IMG_3056 20130505_IMG_3057

แล้วก็เดินไปขึ้นกระเช้ากันค่ะ

ราคาคนละ 9,000 วอน

ไปถึงยอดเขาก็สวยดี น่ากลัวใช้ได้เพราะลมแรงมากกกกกแทบปลิว (ไม่ได้โม้ เพราะทำเอาแว่นปลิวเลนส์หลุดเลย โชคดีที่ตามเก็บมาประกอบได้)

20130505_IMG_3107 20130505_IMG_3105

มันสนุกตรงที่ลมแรงมากๆ นี่แหละแถมตรงหน้าผาไม่มีอะไรกั้นไว้เลย น่ากลัวตกมาก

รูปก็ไม่ได้ถ่ายเท่าไรเพราะกลัวมือถือปลิว ลงมาแล้วถึงเห็นว่า อ้าวไม่ได้ถ่ายวิวเลยมัวแต่กรี๊ดกร๊าดกับลมแรงๆ

หมดแล้ว ยอดเขาก็มีแค่นี้แหละที่เดินทางมาตั้งไกล แต่ก็ชอบนะ

ลงจากเขาก็ไปวัดข้างๆ

20130505_IMG_3113 20130505_IMG_3124 20130505_155837  20130505_15495220130505_IMG_311920130505_155046

ถ่ายวิวชดเชยรูปบนยอดเขาซะเลย

มาแค่นี้แหละ แล้วก็นั่งรถกลับไปซกโซละ

ขากลับก็นั่ง 7 หรือ 7-1 เหมือนเดิม ไปลงที่เดิม เพราะไม่รู้ว่าอีกสถานีที่ใหญ่กว่ามันอยู่ตรงไหน

ซื้อตั๋วกลับราคา 18,100 วอน กลับไปกังนัมรอบ 19.10 กว่าจะถึงกังนัมก็เกือบห้าทุ่ม

20130505_IMG_3051

สถานนีรถไฟที่รถบัสไปจอดตอนถึงโซล ไม่ได้ชื่อกังนัมล่ะ มันคือสถานี Express bus terminal ก็อยู่ใกล้ๆ กังนัมนะ แต่รถไฟคนละเส้น

จริงๆ กะจะกินข้าวแถวกังนัม มีร้านบิบิมบัมร้านดัง แต่ดึกมากแล้วรถไฟหมดเที่ยงคืนก็เลยตัดสินใจกลับไปกินแถวโรงแรม

แถวโรงแรมมีร้านอาหารเยอะมาก แต่ดึกมากแล้วก็เลยปิดหมด

มองไปก็เห็นมีเต๊นท์ขายข้างทางเหมือนในกวนมึนโฮ เลยต้องลองซะหน่อย

20130505_21445920130505_212909

สั่งกับข้าวไป 3 อย่าง กับโชจูหนึ่งขวด

มีความสุขสนุกสนานรู้สึกว่ามาถึงเกาหลี

แต่พอเชคบิลเท่านั้นแหละ

48,000 วอน!!!!!!

อึ้งและรู้ตัวว่า เอาแล้วอีป้าหลอกฟันตูแล้ว แต่จุดนั้นพูดไม่ออกบอกไม่ถูก (จริงๆ คือพูดเกาหลีไม่เป็น) ก็เลยจ่ายไปแล้วมึนๆ ออกจากร้าน

หึหึ โดนป้าเกาหลีโกงจนได้

กลับมานอนก่ายหน้าผาก คิดว่าทำไมไม่โวยวายเป็นภาษาไทยไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด

แต่ก็ช่างมัน เงินไม่ได้มากมายอะไร แค่เสียความรู้สึก

คืนนั้นเลยนอนไม่หลับ เป็นเหตุทำให้วันถัดไปตื่นสาย (ข้ออ้างอีกละ)

ข้าวเช้าโรงแรมก็ไม่ลงไปกินกันล่ะ ชิลลลล

Honeymoon at Korea

จริงๆ มีฮันนีมูนไปแล้วที่อิตาลี แต่ยังไม่ได้รีวิวเลย ลืมหมดแล้ว หลังแต่งงานเนี่ยไปเที่ยวกันสองคนเอะอะๆ ก็เรียกว่าฮันนีมูนหมดล่ะ 55

คราวนี้ขอมารีวิวทริปเกาหลีสั้นๆ 3 วัน 2 คืนนะคะ

โปรแกรมคร่าวๆ คือ วันแรกเที่ยวโซล วันที่สองไปซอรัคซาน วันที่สามไปคล้องกุญแจที่นัมซาน จบ

ทริปนี้แพลนแบบรวดเร็ว เพราะอยู่ๆ ส้มก็มีวันหยุดติดกัน 4 วัน ก็เลยจองตั๋วจองโรงแรมแบบรวดเร็วไปเกาหลี เพราะไม่ต้องขอวีซ่า

20.25 คืนวันที่ 3 พค. เำิ่พิ่งจะทำงานลงจากไฟล์ทกลับจากโอคแลนด์ อยู่บนเครื่องมา 13 ชม. ลงมาก็รีบบึ่งไปขึ้นเครื่องไปเกาหลีเลย (เหม็น)เปรี้ยวสุดๆ

3 May 2013 TG 656 2330 0655 BKK ICN

6 May 2013 TG 657 2125 0120 ICN BKK

ใช้เวลา 4.50 ชม. ก็ถึงเกาหลี กะว่าจะนอนพักบนเครื่อง แต่ดันไม่หลับซะนี่ ตายแน่ๆ ไปถึงเที่ยวเลยซะด้วย

Day 1

20130504_055522

ไปถึงอินชอนหลังจากรับกระเป๋าแล้วออกมาก็ดิ่งไปเช่า wifi แบบพกพา อ่านรีวิวมาเค้าให้เช่าของ Olleh KT จะอยู่สนามบินชั้น 1 ขาเข้า . ตรงประตูที่จะออกจาก สนามบิน ก็จะอยู่ระหว่างประตู 6-7 กับแถวประตู 10 ราคาตกวันละ 8,000 วอน เค้าจะให้รูดบัตรเครดิตไว้เป็นประกัน แล้วค่อยมาจ่ายเงินตอนวันคืน ตอนคืนก็คืนที่ระหว่างประตู 6-7 พนักงานเห็นว่าเราจะไปโซรัคซาน เค้าว่าที่นั่นใช้ไม่ได้นะ แต่พอไปถึงจริงๆ ก็ใช้ได้นี่นา แค่ไม่ได้ช่วงระหว่างทางซอกเขาเอง

อ่านรีวิวเพิ่มเติมในส่วนนี้ได้ ตามนี้ค่ะ http://sacross.blogspot.com/2012/11/petit.html

จากนั้นก็ไปซื้อบัตร T-Money เอาไว้ใช้ขึ้นรถไฟ แล้วก็ซื้อของตามซุปเปอร์ได้ ซื้อบัตรได้ที่ร้านสะดวกซื้อ G25 ในแอร์พอร์ตชั้น 1 มีเลย  ค่าบัตร 2,500 วอน เราเติมเงินกันคนละ 30,000 วอนสำหรับทริปนี้ เหลือพอใช้เลยถ้าใช้ขึ้นรถไฟอย่างเดียว ตอนคืนเราเอามาคืนที่เดิม เค้าหักไปอีก 500 วอนไม่รู้ค่าอะไร มีคนบอกว่าคืนแต่ละที่โดนหักไม่เท่ากัน แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะมาคืนที่นี่สะดวกสุด

แล้วก็เดินลงไปชั้นใต้ดินเพื่อขึ้นรถไฟไปโรงแรม มีป้ายบอกทางตลอดไม่ต้องกลัวหลงค่ะ

อ้อ อย่าลืมโหลดแอพ Korea subway มาใช้ด้วยนะคะ แล้วการเดินทางจะง่ายมากๆ ในแอพจะคำนวนเวลาการเดินทางและทางที่สั้นหรือเปลี่ยนรถน้อยที่สุดให้ด้วย

โรงแรมที่เราอยู่คือ Hotel Aropa ตั้งอยู่สถานี City Hall จากแอร์พอร์ตใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง เปลี่ยนรถ 1 ที ที่สถานี Hongik University เป็นสายสีเขียวแล้วลงที่ City hall ออกประตู 8 หันซ้ายแล้วข้ามถนน แล้วเดินตรงไป 100 เมตร เลี้ยวเข้าซอยทางขวา บนหัีวเราจะเป็นป้ายถนนสีเขียวบอกเลี้ยวไปนัมซาน เดินไป 100 เมตรก็ถึงโรงแรม (ขออภัยที่ไม่มีรูปวิวอย่างเดียวเพราะตอนแรกไม่ได้กะจะมารีวิวค่ะ)

20130504_IMG_2960

มาถึงโรงแรมประมาณ 9 โมงเช้่่า โรงแรมใหม่มากกกกก ดูเหมือนว่าจะรีโนเวดใหม่และเพิ่งเปิดเมื่อต้นอาทิตย์นี้เอง OMG มิน่าตอนจองไม่มีรีวิวโรงแรมนี้เลย แต่ดูจากรูปและโลเคชั่นแล้วก็เลยเสี่ยงดู

ในใบจองเขียนว่าเชคอินได้หลังบ่ายสาม ซึ่งช้ามาก แต่ก็ไม่เป็นไร ยังไงก็กะจะไปฝากกระเป๋าก่อนแล้วก็ไปเที่ยวเลย เย็นๆ ค่อยกลับมาเข้าห้อง แต่ปรากฎว่าเพราะโรงแรมยังใหม่มาก คนเข้าพักไม่เต็มมั้ง ก็เลยให้เชคอินได้เลย โอ้ว ดีใจสุดๆ จะได้เข้าไปอาบน้ำก่อนให้สดชื่น

เข้ามาถึงห้องก็ชอบอีก ใหม่ซะ

hotel aropa

ห้องที่จองเป็นแบบ Standard จะเล็กกว่าห้อง Deluxe หน่อยนึง แอบย่องเข้าไปดูแล้ว ไม่ต่างอะไรกัน แค่กว้างกว่า และพรมคนละสีแค่นั้น

ราคาตอนจองมีอาหารเช้าให้ด้วยแต่ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นอเมริกันบุฟเฟ่ ได้กินวันเดียว วันสุดท้ายตื่นไม่ไหว 555

นอกจากนั้นยังมีแถมคูปองซาวน่าไฮโซของโรงแรมให้ด้วย คืนละ 1 ใบ น่าเสียดายที่มีห้องเฉพาะของผู้ชาย แฟนส้มลงไปแช่น้ำร้อนดูแล้วบอกว่าเลิศมาก ถ้าใครไม่ได้ตั้งใจไปปั้มลูกก็แนะนำให้ไปลองเลย แต่ถ้าอยากได้น้องเกาหลีกลับบ้านคงต้องงดซาวน่านะจ๊ะ น้องอสุจิโร่เค้าทนความร้อน 40 องศาไม่ไหว

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวใหม่ก็ออกเดินทาง สดชื่นๆ

ที่แรกที่ไปคือพระราชวังเคียงบกคุง จริงๆ ส้มเคยไปแล้วล่ะ แต่แฟนส้มไม่เคยไป

การเดินทาง Subway Line 3 (Orange) ไปลงที่สถานี Gyeongbokgung ทางออกที่ 4 ค่าเข้าชม 3,000 วอน

ไปถึงก็เดินไปซื้อตั๋ว ปรากฎว่าวันนี้เป็นวันอะไรซักอย่างของราชวงค์ที่วังนี้ ก็เลยเข้าฟรี เฮ่

20130504_IMG_297420130504_IMG_2986

20130504_IMG_297920130504_IMG_298920130504_IMG_2990

จากนั้นก็จะไปต่อที่อินซาดง เดินไปได้จากหน้าพระราชวัง เลี้ยวซ้าย เดินตามกำแพงไปเรื่อยๆ จนถึงไหนก็ไม่รู้ เพราะจริงๆ หลง เพราะเดินทางอื่น แล้วก็ใช้ Google map หาเอาค่ะ เล่นเอาหอบและหิวโซ ไปถึงอิซาดงเลยได้แต่เดินๆๆ หาร้านข้าว กะว่ากินข้าวเสร็จจะออกมาถ่ายรูป แต่ปรากฎว่าเราสองคนเกนื่อยและง่วงเกินไปจากการอดนอนมาทั้งคืน กินเสร็จก็เลยดิ่งกลับโรงแรมไปนอนก่อน ซะงั้น

ยังดีได้ไปกินขนมอุนจิชื่อดังแถบนี้ แต่มันก็แป้งไส้ถั่วแดงละว้า

20130504_103005

ร้านอาหารในอินซาดง เลือกร้านที่เข้าไปแล้วได้กินเลย เพราะหิวไม่ไหวแล้ว

ตั้งใจจะกินบิบิมบับเนื้อ แต่ได้บิบิมบับหน้าไข่ปลาอะไรซักอย่าง

20130504_10460420130504_IMG_2996

หลังจากนอนชาร์ตพลังไปคนละเกือบ 2 ชม.ได้ ก็ตั่้งใจจะมุ่งหน้าไป Flea market เป็นตลาดนัดของทำมือเก๋ๆ ที่หน้ามหาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเฉพาะวันเสาร์ วันที่ไปเป็นวันเสาร์ 13.00-18.00 พอดีเลยจัดไป แต่ด้วยความเบลอของคุณสามีหรือไร ก็อปข้อมูลมาผิด จริงๆ ต้องไป Hongik uni แต่ดันไปสับสนกับ Ewha women uni ซะอย่างนั้น เราก็เลยได้ไปเดินตลาดเสื้อผ้าที่เค้าว่าราคาถูกกว่าที่ือื่นๆ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้อีกละ ถ่ายแต่มหาลัยเค้ามาสวยดีนะ

ที่นี่ร้านเครื่องสำอางเยอะแยะเลย ช่วงที่ไปก็ลดราคาอยู่ด้วย ถ้าใครแวะไปก็เลือกช็อปเครื่องสำอางที่นี่ได้เลย เพราะถ้ารอไปเมียงดง บางยี่ห้อก็จะไม่ลดค่ะ

20130504_IMG_3004 20130504_IMG_3005

แล้วก็แวะพักนั่งชิลอีกละ

หาร้านกาแฟสวยๆ นั่ง แล้วก็กินกาแฟกับวาฟเฟิล เราไม่ใช่คอกาแฟกันซักเท่าไร แต่ก็พอรู้ว่ากาแฟเกาหลีนี่ไม่อร่อยเลย จืดสนิท ไม่หอมด้วย แต่ก็ชิลค่ะ ชิลๆ ไปลองเพื่อรู้

20130504_170134 20130504_170821

แล้วก็มานั่งคิดว่าจะไปกินข้าวเย็นที่ไหนกันดี เอ๊ะ เธอเพิ่งกินเสร็จไม่ใช่หรอ?

เพื่อนที่มา่ก่อนหน้านี้แนะนำร้านอาหารอร่อยที่เมียงดงมา คืนนี้ก็เลยจะไปฝากท้องที่นั่น

บอกทางมาดิบดี มีรูปประกอบพร้อม แต่เดินหาจนขาลากก็ไม่เจอ จนจะสามทุ่มแล้ว ก็เลยหาร้าตอนที่น่ากินแล้วเข้าเลย สรุปมาจบที่ร้่านแป้งต้ม 555

มันมีชื่อเรียกอาหารเค้าแหละ แต่ไม่ได้จำจริงๆ

20130504_193915 20130504_19404320130504_IMG_3021

ความจริงมันก็เป็นอาหารแ้นะนำหนึ่งอย่างที่ต้องไปกินที่เกาหลีนะจ๊ะ เพียงแต่ว่าตอนแรกเราไม่กะว่าจะไปกินอันนี้เลย เพราะมีอย่างอื่นให้กินอีกเยอะ แต่พอมาลองแล้วมันก็อร่อยดีแฮะ ราคาก็แสนถูก ทั้งหมดนี่เป็นราคาสำหรับสองคน 14,000 วอน อิ่มตายกันไปข้าง

หมดหม้อนึงแล้วก็มีข้าวผัดแบบติดกระทะมาเสิร์ฟต่อ อันนี้เฉยๆ กินเพื่อให้รู้รสตามสไตล์

หมดไป 1 วัน งงๆ อยู่ว่ามาเที่ยวหรือมากินกับนอน

How to: ช่อบูเก้ต์ประดิษฐ์เอง

วันก่อนโน้น ประดิษฐ์ช่อดอกไม้ให้เพื่อนใช้ในงานหมั้นค่ะ เรียบๆ แบบคลาสสิก เผื่อใครจะลองทำดูไว้ใช้เป็นพร็อปตอนพรีเวดดิ้งก็ได้นะคะ

อุปกรณ์
– ดอกไม้ประดิษฐ์
– กระดาษสีที่ต้องการ
– ริบบิ้น
– เทปใส
– กรรไกร หรือคัตเตอร์
– คีม
– ไม้บรรทัดเหล็ก
– แผ่นรองตัด

ตกแต่งใบไม้ ตัดออกให้เหลือใบเพียงเล็กน้อย

จากนั้นนำดอกไม้มามัดรวมกันด้วยหนังสติ๊ก

อย่าลืม จัดแต่งดอกไม้ให้หน้าดอกเรียงกันสวยงาม

จากนั้นใช้คีมตัดก้านที่ยาวเกินไปออก

แล้วก็ใช้เทปใสพันทับให้ดอกไม้ติดกันแน่นขึ้น

ออกมาเป็นแบบนี้

ขั้นตอนการตกแต่ง เลือกกระดาษสีที่ต้องการมาวัดความยาว โดยกะให้สั้นกว่าก้านดอกไม้ และให้ก้านยาวเลยออกมาประมาณ 1 นิ้ว

เช่นกัน วัดกระดาษด้านที่ใช้พันรอบช่อดอกไม้ ไม่ต้องยาวมาก แค่สามารถพันรอบได้ สัก 2 รอบค่ะ

แล้วก็ตัดออกมา

พันกระดาษตกแต่งโดยรอบ โดยใช้เทปใสติดตัวก้านเข้ากับก้านดดอกด้วย

แล้วก็แปะด้วยเทปใส ไม่ต้องกลัวไม่สวยเพราะเดี๋ยวเราจะทับอีกรอบ

ทับกระดาษอีกรอบเพื่อความเก๋ อาจจะใช้สีตามธีมงานก็ได้

ออกมาเป็นแบบนี้

ขั้นตอนสุดท้าย ผูกริบบิ้นค่ะ ลองใช้ริบบิ้นลูกไม้ กับเชือกสีน้ำตาลก็สวยดีค่ะ

สำมะเหร็จ เสร็จเรียบร้อย

How to: ดอกไม้ผูกข้อมือ

วันนี้ลองทำดอกไม้ผูกข้อมือเพื่อนเจ้าสาวสำหรับงานแต่งงานของเพื่อนรักค่ะ
ดอกไม้ที่ใช้เป็นดอกไม้ประดิษฐ์ วิธีการทำก็จะแตกต่างจากการใช้ดอกไม้สด ค่อนข้างจะสะดวกกว่า สามารถเตรียมการไว้ก่อนวันจริงได้ค่ะ


อุปกรณ์
-ดอกไม้ประดิษฐ์
-ริบบิ้น
-ปืนกาว
-กรรไกร
-เข็มกลัด
-ยางรัดผม

เริ่มต้นด้วยการจัดช่อดอกไม้ตามต้องการ ถ้าดอกใหญ่ใช้แค่ 2-3 ดอกก็ล้นข้อมือแล้วค่ะ

จากนั้นก็ใช้ปืนกาวติดดอกไม้เข้าด้วยกัน

ระหว่างรอกาวแห้ง ก็มีเตรียมริบบิ้นกันค่ะ พันริบบิ้นตามรูปโดยเหลือปลายไว้ประมาณนึง

พันให้ได้เป็นโบ 2 ชั้นกำลังสวยค่ะ เยอะไปมันจะรก เสร็จแล้วตัดปลายริบบิ้นอีกด้านให้ยาวพอสำหรับพันข้อมือได้ 2 ทบ

จากนั้นใช้เข็มกลัดติดริบบิ้นและยางมัดผมเข้าด้วยกันที่ด้านหลัง อาจจะเย็บติดก็ได้นะคะ เพื่อความสวยงาม แต่ส้มเอาสะดวกก็เข็มกลัดนี่แหละง่ายดี

สุดท้ายก็ใช้กาวยางติดช่อดอกไม้กับด้านหน้าของริบบิ้นเข้าด้วยกัน

เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ตอนผูกข้อมือให้พันริบบิ้นด้านยาวรอบข้อมือ 2 รอบ (พันทับไม่ให้เห็นยางรัดผม) แล้วผูกโบที่ด้านบน แล้วจัดให้สวยงามค่ะ

รีวิวงานแต่งงานผ่านอัลบั้มเฟซบุคก็ได้นะเธอ

หลังจากเมื่อวันก่อนโพสเชิญชวนเจ้าสาวรุ่นพี่แชร์รีวิวงานแต่งลงบล็อกของตัวเองแล้ว

เนื่องจากเจ้าสาวรุ่นพี่หลายท่านอาจจะไม่มีบล็อกเป็นของตัวเอง ไม่เป็นไรค่ะ คุณสามารถรีวิวในเฟซบุคอัลลบั้มของคุณได้
วิธีรีวิว
1. ตั้งอัลบั้มใหม่่ และตั้งให้เป็น Public (คนอ่านจะเห็นเฉาพะอัลบั้มนี้ ส่วนข้อมูลในหน้าเฟซบุคของท่านถ้าตั้งเป็นเฉพาะ Friend ก็จะยังมองไม่เห็นค่ะ)
2. อัพรูปและเขียนบรรยายใต้ภาพค่ะตามต้องการค่ะ
3. นำลิงค์มาโพสในหน้าวอลล์เพจ WeddingReviews ได้เลยค่า

ตัวอย่างการเขียนรีวิวจากอัลบั้มเฟซบุค
เจ้าสาว DIY รีวิวงานแต่งงาน@Grand Fourwings

กติกาการร่วมสนุก
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=429586903761090&set=a.397397296980051.95688.397385866981194&type=1&theater

ฝากหน่อยนะคะ รีวิวของคุณจะเป็นประโยชน์กับเจ้าสาวเจ้าบ่าวรุ่นน้องอย่างแน่นอน
ใครมีคนรู้จักที่เขียนรีวิวงานแต่งงานไว้ อย่าลืมช่วยชวนกันมาด้วย หรือส่งข่าวมาก็ได้ค่ะ เดี๋ยวจะไปทาบทามเอง
ขอบคุณล่วงหน้าค่า

เชิญชวนเจ้าสาวรุ่นพี่ส่งรีวิวงานแต่งงานของตัวเองมาอวดกัน!!!

เชิญชวนเจ้าสาวรุ่นพี่ส่งรีวิวงานแต่งงานของตัวเองมาอวดกัน!!!

จุดประสงค์หลักของเพจนี้คือรวบรวมรีวิวงานแต่งงานของเจ้าสาวรุ่นพี่ทั้งหลาย เพื่อเป็นประโยชน์แก่ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวรุ่นน้องค่ะ แต่ครั้นจะไปหยิบรีวิวของใครต่อใครมาโพสในเพจโดยไม่ได้บอกกล่าวเจ้าของรีวิวก็รู้สึกว่าไม่สมควร ดังนั้นส้มจึงคิดกิจกรรมเล่นๆ ขึ้นมา เพื่อเชิญชวนให้เจ้าสาวรุ่นพี่ที่เคยเขียนรีวิวงานของตัวเองไว้มาโพสรีวิวเพื่อแบ่งบันประสบการณ์ค่ะ  รีวิวที่สวยงามและละเอียดโดนใจส้ม รับไปเลยปากกาคริสตัลสวยๆ แบบในรูปกันไปเลยค่า

Camera 360

กติกา:

  1. ต้องเป็นรีวิวงานแต่งงานที่เจ้าของโพสต้องเป็นเจ้าของรีวิวนั้นๆ
  2. ต้องเป็นรีวิวในบล็อกส่วนตัวหรือพันทิพย์ (ไม่รับรีวิวในเว็บเวดดิ้งต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการโฆษณาค่ะ)
  3.  โพสลิงค์รีวิวของท่านลงในหน้าวอลของเพจเวดดิ้งรีวิวนี้  http://www.facebook.com/weddingreviews รีวิวที่ถูกกติกาจะถูกนำมารีโพสอีกครั้งโดยส้มเอง เพื่อให้รีวิวนั้นๆ ปรากฏที่หน้าวอลหลัก

*หมดเขต 31 ธันวาคม 2555

*หลังจากจบกิจกรรมรีวิวทั้งหมดจะนำไปรวมกันไว้ในเว็บบล็อกของเวดดิ้งรีวิว https://theweddingreviews.wordpress.com เพื่อสะดวกในการสืบค้นต่อไปค่ะ

อย่าลืมชวนพี่ๆ เพื่อนๆ มาร่วมสนุกกันนะคะ รางวัลไม่มากมาย แต่โพสของคุณจะมีประโยชนกับรุ่นน้องอย่างมากค่ะ^^

 

 

8 สถานที่สำหรับถ่ายพรีเวดดิ้งเก๋ๆ ในกรุงเทพฯ

รวบรวมสถานที่แนะนะสำหรับถ่ายพรีเวดดิ้งรวมทั้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายค่ะ

สถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งเป็นหัวข้อสำคัญอย่างหนึ่งเลยค่ะ ในขั้นตอนเตรียมงานแต่งงาน เนื่องจากส้มไม่ได้ใช้บริการของสตูดิโอ ไม่ีมีแพคเกจถ่ายรูป ส้มใช่วิธีจ้างช่างภาพที่ชอบ และหาสถานที่เก๋ๆ เอง โดยโจทย์จะอยู่ที่

-ต้องอยู่ในกรุงเทพฯ หรือใกล้เคียง

-ใช้เวลา 1 วัน เช้าจรดเย็นจบ

-ค่าสถานที่ไม่แพง หรือฟรีได้ยิ่งดีค่ะ

**รีวิวนี้ บางแห่งส้มเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงที่ได้ไปสำรวจและถ่ายรูปมาค่ะ แต่บางแห่งคือที่สนใจและสำรวจราคาแต่ไม่ได้ไปดูสถานที่จริงค่ะ นำมารีวิวไว้ทั้งหมด 8 ที่ เพราะชอบเลข 8 เฉยๆ ไม่มีอะไรมาก

1. Papaya: ซอยลาดพร้าว 55/1 ร้านขายเฟอร์นิเจอร์มือสอง ลักษณะเป็นโกดัง 3 ชั้น สามารถถ่ายได้ทั้ง 3 ชั้น ตั้งแต่ 9.00-18.30 น.

ราคา 1500 บาทต่อ 2 ชม. ชั่วโมงต่อไปชั่งโมงละ 1,500 บาท

ถ้าใช้ห้องแอร์ด้วย ราคา 1500 บาทต่อชม. (ห้องแอร์ใช้สำหรับแต่งหน้าทำผมและถ่ายรูปแสงสวยออกมาเหมือนถ่ายในสตูดิโอ แต่ถ้าไม่เช่าห้องแอร์ก็เข้าไปถ่ายได้ค่ะ เพียงแต่ไม่ได้เปิดแอร์และไปแต่งหน้าอีกห้องนึงแทน)

ต้องโทรไปจองคิวก่อน เนื่องจากคนนิยมถ่ายที่นี่พอสมควร เค้าจะจัดคิวให้ใช้สถานที่ไม่ซ้ำเวลากัน จองอย่างเดียวยังไม่ต้องโอนมัดจำใดๆ ไปจ่ายวันถ่ายเลยค่ะ (แต่ถ้าไม่ไปควรโทรไปยกเลิกด้วยนะคะ)

ติดต่อ: คุณอ๊อฟ 086-994-4445

ข้อมูล: เมษายน 2555

2. ดับเพลิงบางรัก: ลักษณะเป็นตึกเก่าแบบยุโรป สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2433 (ที่บอกว่าจะทุบทิ้งหลายทีแล้วและแจ้งว่าไม่ให้ไปถ่ายรูปแล้วแต่ก็ยังเห็นไปถ่ายกันได้อยู่)

ราคา 1,500 บาท ถ่ายได้ทั้งวัน แล้วแต่ว่าจะหามุมถ่ายได้เยอะแค่ไหน

สถานที่ไม่ต้องจองก่อนก็ได้ เข้าไปติดต่อที่สำนักงานดับเพลิงเลย แต่โทรไปก่อนก็ดีเผื่อเค้าเปลี่ยนกฎไม่ให้ถ่ายแล้ว ความจริงโทรไปสอบถามราคาเค้าจะไม่ยอมบอก บอกแค่ว่า “คุณก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ ราคาก็อย่างที่เค้าให้ๆ กันน่ะ”

ติดต่อ: 02-234-8847, หัวหน้า 086-069-2621

ข้อมูล: เมษายน 2555

3. Little Tree Garden: ไกลจากกรุงเทพฯ นิดนึง ตั้งอยู่ใกล้สวนสามพราน ลักษณะเป็นร้านอาหารเล็กๆ ในสวนร่มรื่น ตั้งอยู่ริมน้ำด้วย มีมุมถ่ายรูปทั้งบริเวณสวน ประตูรั้วหน้าร้าน บริเวณร้านอาหาร และท่าน้ำเล็กๆ

ราคา 2,000 บาท ถ่ายได้ทั้งวัน มีห้องแต่งตัวติดแอร์เย็นฉ่ำ

สถานที่ต้องโทรไปจองและโอนค่าสถานที่ให้เรียบร้อยก่อน

ติดต่อ: คุณวิทย์ 081-824-4119

ข้อมูล: เมษายน 2555

Photo by: Monday.Photography

4. ตลาดนัดรถไฟ:อยู่หลังสวนจตุจักร เป็นร้านเฟอร์นิเจอร์วินเทจ และมีตลาดนัดของมือสองเก๋ๆ เย็นวันเสาร์อาทิตย์

ราคา: ถ้าเช่าอย่างเป็นทางการเริ่มต้นที่ 20,000 บาท แต่ถ้าไปถ่ายแบบไม่เต็มยศ คือไม่ใส่ชุดแต่งงาน หรือถ่ายแนว Street ในช่วงที่มีตลาดนัดก็น่าจะไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้รูปแนวๆ ดีไปอีกแบบ

ติดต่อ: ร้าน Rod’S  087-978-0578

5. ร้าน Agalico เป็นร้านกาแฟที่ตกแต่งสวยงามปกติเปิดเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์-พฤหัสจะเปิดให้ถ่ายพรีเวดดิ้งค่ะ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 51 กรุงเทพค่ะ

ราคา 5,000 บาทต่อวัน ถ่ายได้วันจันทร์-พฤหัส โทรไปจองคิวก่อนนะคะ เพราะเป็นร้านที่ค่อนข้างเป็นที่นิยม

ติดต่อ : 02 662 5857 ต่อ 111 หรือ 0

ที่อยู่:ซอย สุขุมวิท 51 ชั้น 1 อาคารบุญจิราธร สุขุมวิท คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110

รีวิวเกี่ยวกับสถานที่นี้ เพื่อเห็นภาพประกอบการตัดสินใจมากขึ้นค่ะ

Agaligo สวรรค์ของคนรักชา

6. MeStyle Place เป็นอพาร์ทเมนต์สไตล์เก๋ ตั้งอยู่ในถนนรัชดา ซอย 18 (ซอย 20 มิถุนา แยก 13)

ราคา คิดเป็นแพคเกจพร้อมห้องพัก 1 คืน พร้อมอาหารเช้า 3,900 บาท สามารถถ่ายในห้องพักและบริเวณโรงแรมได้

ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้ำ 7 วัน พร้อมมัดจำ 50% วันจริงอย่าลืมนำไปโอนเงินมัดจำ และเตรียมอีก 2,000 บาทเป็นค่ามัดจำกุญแจด้วยค่ะ (ได้รับเงินส่วนนี้คืนหลังเชคเอาท์ค่ะ)

ติดต่อ 02 690 5884-6 กด 0

http://www.mestyleplace.com

7. Imm Fusion Budget hotel สไตล์โมรอคโค สีันสดใสมาก น่าจะมีมุมให้ถ่ายภาพเยอะอยู่ค่ะ

ราคา: คิดเป็นแพคเกจค่ะ มี 2 แบบด้วยกัน (อัพเดทล่าสุด 19 Nov 2012)

1. ถ้าไม่ค้างคืนจะได้ ห้องระดับซูพีเรียสำหรับเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ราคาค่าสถานที่ 2,999 บาท ใช้สถานที่ได้ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น.
2. ค้าง 1 คืน ในห้องพักระดับดีลักซ์ 1 ห้อง 1 คืน (พักในวันที่ใช้สถานที่เท่านั้น) พร้อมอาหารเช้า 2 ท่าน  ราคา 4,999 บาท นอกจากนั้นยังได้บัตรที่พักของโรงแรมสาขาที่เชียงใหม่อีก 2 คืน ใช้ภายใน 6 เดือนหลังจากใช้สถานที่ (โดยเข้าพักวันหยุดนขัตฤกษ์ไม่ได้ค่ะ)

การจองต้องโืทรไปสอบถามคิว แล้วสามารถจองล่วงหน้าได้โดยไม่คิดค่ามัดจำ แต่ถ้าจะยกเลิก กรุณาโทรไปยำเลิกก่อนอย่างน้อย 5 วันนะคะ ทางโรงแรมจะได้ยกคิวให้ท่านอื่น

ติดต่อ :

อิมม์ ฟิวชั่น สุขุมวิท
1594/50 ถนนสุขุมวิท (ใกล้ปากซอย สุขุมวิท 50) คลองเตย, กรุงเทพฯ 10260, ประเทศไทย

โทรศัพท์: +66 (0) 2331 5555
โทรสาร: +66 (0) 2742 7374

อีเมล์ : rsvn.fusion@immhotel.com

ผู้จัดการโรงแรม คุณสุนทรีย์ เตชะหงษ์สา
โทรศัพท์มือถือ: 081 934 0853
โทรศัพท์มือถือพนักงานต้อนรับ: 086 617 9030

รีวิวเกี่ยวกับสถานที่นี้ เพื่อเห็นภาพประกอบการตัดสินใจมากขึ้นค่ะ

http://www.hflight.net/forum/m-1231488913/s-all/

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nifedipine&month=03-07-2011&group=2&gblog=13
8. บ้านคึกฤทธิ์ ลักษณะเป็นเรือนไทยและสวนสีเขียวค่ะ ถ้าอยากถ่ายแนวชุดไทยละก็ที่นี่น่าสนใจทีเดียว เห็นภาพงานแต่งงานพิธีไทยที่นี่ก็สวยอบ่าบอกใครเชียวค่ะ

ราคา 2,000 บาทต่อวัน

ติดต่อ: 0-2286-8185

ที่อยู่ 19 ซอยพระพินิจ สาธรใต้ หรือเรียกว่า บ้านซอยสวนพลู

รีวิวเกี่ยวกับสถานที่นี้ เพื่อเห็นภาพประกอบการตัดสินใจมากขึ้นค่ะ

พาเที่ยวบ้าน มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

ชมเรือนไทย มรวฬ คึกฤทธิ์ ปราโมช

นอกจากสถานที่ที่รีวิวมา ก็ยังมีสถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว และข้อจำกัดของแต่ละคู่ค่ะ ถ้าชอบทะเลและสามารถใช้เวลาเดินทางไปถ่ายได้ก็เลือกได้เลยค่ะ ทะเล ภูเขา หรือน้ำตก ในประเทศไทยเราที่สวยๆ เยอะค่ะ

ส่วนสถานที่พวกสวนในกรุงเทพก็น่าสนใจมากค่ะ ส่วนใหญ่จะไม่คิดค่าสถานที่ถ้าไม่ได้มีการถ่ายแบบจัดเต็ม หรือใส่ชุดแต่งงานค่ะ ถ้าถ่ายชุดลำลอง ไปกับช่างภาพคนสองคน ก็จะฟรีค่ะ

สุดท้ายนี้ส้มหวังว่ารีวิวชิ้นนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ว่าที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวนะคะ

รวมรีวิวสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้งเก๋ๆ ที่มีบล็อกเกอร์ท่านอื่นรีวิวไว้ค่ะ

-รวม 20 สถานที่ถ่ายภาพ Pre Wedding เก๋ ในเมืองไทย

-รวมสถานที่ถ่ายรูปแต่งงานกว่า 300 ที่

-แนะนำสถานที่ถ่ายรูป Pre wedding